ปฐมบทแห่งมังกรและดอกบัวในย่านเจริญกรุง ในฐานะนักประวัติศาสตร์ศิลป์ การพิจารณา วัดมังกรกมลาวาสหรือที่คุ้นหูในนาม เล่งเน่ยยี่ จำเป็นต้องมองข้ามผ่านสถานะการเป็นเพียงศาสนสถานเพื่อไปสู่การวิเคราะห์ในฐานะ จุดยุทธศาสตร์ทางวัฒนธรรม" วัดแห่งนี้สถาปนาขึ้นในปี พ.ศ. 2414 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยใช้เวลาก่อสร้างอย่างประณีตยาวนานถึง 8 ปีจนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2422 ภายใต้การนำของพระอาจารย์สกเห็ง เพื่อเป็นรากแก้วของคณะสงฆ์จีนนิกายในสยาม นัยสำคัญที่ไม่อาจละเลยได้คือการได้รับพระราชทานนาม วัดมังกรกมลาวาส จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่
หัว เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ร.ศ. 130 (พ.ศ. 2454) ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของการหลอมรวมอัตลักษณ์จีนเข้ากับโครงสร้างรัฐไทยอย่างเป็นทางการ คำว่า เล่ง (มังกร) สื่อถึงอำนาจและบารมีตามหลัก ฮวงจุ้ย ของตำแหน่งที่ตั้งบนถนนเจริญกรุง ขณะที่ เน่ย (ดอกบัว) สื่อถึงความบริสุทธิ์แห่งพุทธธรรม การผสานกันของมังกรและดอกบัวจึงมิใช่เพียงชื่อ แต่คือการประกาศสภาวะทางจิตวิญญาณที่ประดิษฐานอยู่ท่ามกลางพลวัตของย่านการค้าที่มีชีวิตชีวาที่สุดของกรุงเทพฯ โดยมีสถาปัตยกรรมทำหน้าที่เป็น เปลือกภายนอกที่บรรจุรหัสลับทางความเชื่อรอให้ผู้มาเยือนได้ถอดรหัส
2. อัตลักษณ์สถาปัตยกรรมแต้จิ๋วโครงสร้างและ
นัยเชิงช่าง
ผังอาคารของเล่งเน่ยยี่สะท้อนภูมิปัญญาชั้นสูงของสกุลช่างแต้จิ๋ว (จีนตอนใต้) โดยวางแปลนตามแบบ วัดหลวง ที่สร้างลำดับการเข้าถึงความศักดิ์สิทธิ์ (Hierarchical Space) ผ่านระบบ ทางเข้า-ลานกลาง-วิหารหลัก การก้าวย่างผ่านประตูใหญ่เข้าสู่พื้นที่ภายในจึงเปรียบเสมือนการละทิ้งความสับสนทางโลกเข้าสู่สภาวะที่เป็นระเบียบตามคติจักรวาลวิทยาจีน
หัวใจของงานสถาปัตยกรรมที่นี่คือการใช้เทคนิคโครงสร้างไม้และอิฐที่มั่นคง แฝงด้วยความอ่อนช้อยของหลังคาแบบ ง่อแข(Gable types) ที่มีการเชิดโค้ง
ของสันหลังคาอย่างได้จังหวะ พร้อมการประดับตกแต่งด้วยศิลปะเครื่องปั้นดินเผาแบบ เทียนกวง รูปมังกรและลวดลายมงคลที่ประดับอยู่บนสันหลังคา (Dragon Ridge) ซึ่งทำหน้าที่ปกปักรักษาอาคารตามนัยเชิงช่างวัดมังกรกมลาวาส (หรือวัดเล่งเน่ยยี่) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2414ข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลระบุ
ว่าการก่อสร้างวัดแห่งนี้ใช้เวลาดำเนินการทั้งหมด 8 ปี จึงแล้วเสร็จ ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2422 พระอาจารย์จีนวังสสมาธิวัตร (สกเห็ง) ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก เริ่มดำรงตำแหน่งในปีที่ก่อตั้งวัดคือ พ.ศ. 2414
การจัดวางองค์ประกอบศิลป์และสัญลักษณ์บริเวณหน้าทางเข้าวัดมังกรกมลาวาสตามที่ปรากฏในภาพถ่าย มีความน่าสนใจและสะท้อนถึงคติความเชื่อทางศิลปวัฒนธรรมจีนอย่างชัดเจน ดังนี้
1. การจัดวางองค์ประกอบที่เน้นความสมดุล (Symmetry and Balance) ทางเข้าหลักและป้ายชื่อกึ่งกลางของภาพคือประตูทางเข้าที่สอบลึกเข้าไปด้านใน ด้านบนประดับป้ายชื่อ วัดมังกรกมลาวาส ในภาษาไทย ซึ่งเป็นการวางตำแหน่งจุดเด่นไว้ตรงกลางเพื่อสร้างความรู้สึกที่มั่นคงและเป็นทางการ การขนาบข้างด้วย
สัญลักษณ์คู่มีการวาง เสาคู่ที่จารึกอักษรจีน (ตุ้ยเหลียน) และ โคมไฟจีน ที่แขวนเรียงเป็นแนวตั้งทั้งสองด้านของประตู ช่วยสร้างจังหวะทางสายตาที่สมมาตรและนำไปสู่จุดศูนย์กลาง สิงโตหินผู้พิทักษ์บริเวณหน้าทางเข้าทั้งสองด้านมี สิงโตหินแกะสลัก ตั้งตระหง่านอยู่บนฐานหิน ซึ่งตามคติจีนสิงโตคู่ทำหน้าที่เป็นทวารบาลหรือผู้ปกปักรักษาพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
2. องค์ประกอบแนวตั้งและแนวนอน (Vertical and Horizontal Lines)เส้นสายของหลังคาองค์ประกอบส่วนบนโดดเด่นด้วยเส้นแนวนอนของ หลังคาซ้อนชั้นแบบจีน ที่มีความโค้งมนและประดับด้วยลวดลายมังกรที่ดูเคลื่อนไหว ตัดกับเส้นแนวตั้งของเสาและแถวโคมไฟ พื้นผิวและลานหน้าวัด: พื้นหินด้านหน้าที่มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมจัดวางต่อกัน ช่วยสร้างระนาบแนวนอนที่กว้างขวาง ทำให้ตัวอาคารดูสงบและตั้งมั่นอยู่บนรากฐานที่แข็งแกร่ง
3. สัญลักษณ์เชิงความหมาย (Symbolic Elements) มังกรและสัตว์มงคลบริเวณสันหลังคามีงานประติมากรรมรูปมังกรและสัตว์มงคลขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ ความบารมี และความเป็นสิริมงคล อักษรจีนบนเสาและป้ายการใช้ตัวอักษรจีนพู่กันบนแผ่นป้ายไม้สีเข้มข้างประตู ไม่เพียงแต่เป็นองค์ประกอบศิลป์ที่สวยงาม แต่ยังสื่อถึงหลักธรรมหรือคำอวยพรที่เป็นมงคลตามประเพณีจีนความร่วมสมัยใน
พื้นที่ประวัติศาสตร์การจัดวาง ป้ายไวนิลขนาดใหญ่ ที่แสดงแบบจำลองอาคารเรียนของโรงเรียนวัดมังกรกมลาวาสวิทยาลัยทางด้านขวาของภาพ เป็นการเพิ่มองค์ประกอบใหม่ที่สะท้อนถึงบทบาทของวัดในการเป็นสถานศึกษาและพัฒนาชุมชนในปัจจุบัน
4. การใช้แสงและเงาในภาพขาวดำ (Chiaroscuro Effect) ความมืดภายในซุ้มประตูที่ตัดกับความสว่างของผนังด้านนอก ช่วยสร้างมิติความลึก (Depth) ทำให้ทางเข้าดูขรึมขลังและน่าค้นหา ขณะที่เงาที่ตกกระทบบนลวดลายแกะสลักช่วยให้รายละเอียดของงานศิลปะบนหลังคาและเสาดูนูนเด่นขึ้นมาอย่างชัดเจน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น