วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569

Symbols of thai power

 





Symbols of Thai Power by wofe99


เหตุผลสำคัญที่มีการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับปฐมฤกษ์ลงใน สมุดไทย หรือสมุดข่อยนั้นปรากฏข้อมูลในแหล่งข้อมูลดังนี้

1. เพื่อความศักดิ์สิทธิ์และเป็นของขลังตามคำกล่าวของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา นายกรัฐมนตรีคนแรก ระบุว่า เมื่อนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงมีรับสั่งว่าการประกาศรัฐธรรมนูญเป็นของสำคัญยิ่งใหญ่ จึงควรมีพิธีรีตอง และ ทรงเห็นว่ารัฐธรรมนูญนั้นเป็นของศักดิ์สิทธิ์และเป็นของที่ควรจะขลัง จึงต้องการให้เขียนลงในสมุดไทย

2. การเปลี่ยนนามธรรมให้เป็นรูปธรรม เพื่อให้ราษฎรตระหนักถึงความสำคัญของรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการปกครองระบอบใหม่ ระบอบประชาธิปไตยที่เป็นนามธรรมจึงถูกทำให้เป็น รูปธรรมผ่านสัญลักษณ์ที่สร้างการจดจำ ซึ่งสมุดไทยคือหนึ่งในสัญลักษณ์หลักนั้น

3. การสืบทอดธรรมเนียมโบราณการจารึกลงในสมุดไทยเป็น ธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อกันมา โดยจะมีการจัดทำขึ้นครั้งละ 3 ฉบับ (ฉบับต้น 1 และคู่ฉบับ 2) ตามแบบแผนโบราณ เพื่อแยกเก็บรักษาไว้ในที่ต่าง ๆ เผื่อกรณีเกิดสงครามหรือฉบับใดสูญหาย จะได้มีฉบับที่เหลือไว้สำหรับสอบทานได้

4. เพื่อเป็นตราสัญลักษณ์ของระบอบใหม่ การใช้รัฐธรรมนูญในสมุดไทยทูนบนพานแว่นฟ้า ถูกนำมาใช้เป็นตราสัญลักษณ์เพื่อให้ ระบอบใหม่ แทรกซึมเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างแพร่หลาย การจัดทำรัฐธรรมนูญในสมุดไทยนี้ยังคงยึดถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านกระบวนการนิติบัญญัติ โดยจะใช้ตัวอักษรที่เรียกว่า รัตนโกสินทร์ ในการจารึก และห่อด้วย "ผ้าเยียรบับ" เพื่อแสดงถึงสถานะกฎหมายสูงสุดของประเทศวัตถุประสงค์หลักของการจัดสร้างรัฐธรรมนูญจำลองจำนวน 70 ชุด ในปี พ.ศ. 2477 มีดังนี้

1. เพื่อให้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน: จากแนวคิดของนายจำรัส มหาวงศ์นันทน์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน ที่เสนอให้อัญเชิญรัฐธรรมนูญจำลองไปยังจังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้ราษฎรมีสิ่งยึดเหนี่ยวในระบอบการปกครองใหม่

2. เพื่อเผยแพร่รัฐธรรมนูญให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง: มุ่งเน้นการสร้างการรับรู้และชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของรัฐธรรมนูญในฐานะกฎหมายสูงสุดให้เข้าถึงประชาชนทั่วทุกภูมิภาค

3. เพื่อให้ราษฎรตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นการเปลี่ยนระบอบประชาธิปไตยที่เป็นนามธรรมให้กลายเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ เพื่อสร้างการจดจำเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การจัดสร้างในครั้งนี้อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของหลวงวิจิตรวาทการ และมีการประสานงานกับหลวงประดิษฐ์มนูธรรมในด้าน

การออกแบบ จนได้ลักษณะเป็นสมุดไทยลงรักปิดทองวางบนพาน 2 ชั้น ซึ่งต่อมากลายเป็นสัญลักษณ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดและพบเห็นได้ทั่วไปในประเทศไทย ผู้ออกแบบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยทั้งในส่วนของงานสถาปัตยกรรมและประติมากรรม มีรายนามดังนี้

ผู้ออกแบบสถาปัตยกรรม หม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบโครงสร้างทั้งหมดของอนุสาวรีย์โดยแบบของท่านเป็นแบบที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดการออกแบบที่จัดขึ้นในสมัยรัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงคราม นอกจากนี้ท่านยังเป็นผู้ดำเนินการควบคุมการก่อสร้างในภาพรวมอีกด้วยผู้ออกแบบประติมากรรมศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี และ สิทธิเดช แสงหิรัญ เป็นผู้ร่วมกันออกแบบงานประติมากรรมที่ปรากฏบนอนุสาวรีย์

คณะทำงานก่อสร้างในระหว่างการก่อสร้างซึ่งเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2482 ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี รับหน้าที่เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง และมี สิทธิเดช แสงหิรัญ เป็นผู้ช่วยปั้นชิ้นงานอนุสาวรีย์ นอกจากนี้ ในแหล่งข้อมูลยังมีการระบุชื่อของ จิตรเสน อภัยวงศ์ ไว้ในส่วนของหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งก่อสร้างนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลภายนอกที่อาจต้องตรวจสอบเพิ่มเติมระบุว่า จิตรเสน อภัยวงศ์ เป็นผู้ออกแบบอาคาร

รูปทรงทันสมัยที่ตั้งอยู่เรียงรายตลอดแนวถนนราชดำเนินรอบอนุสาวรีย์ แต่ตัวอนุสาวรีย์หลักเป็นผลงานของหม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล ตามที่แหล่งข้อมูลในบทความระบุไว้ องค์ประกอบที่กลุ่มผู้ออกแบบได้สร้างสรรค์ขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ปีก ทั้ง 4 ด้าน หรือ ประติมากรรมพานแว่นฟ้า ล้วนจงใจออกแบบมาเพื่อสื่อถึงอุดมการณ์ประชาธิปไตยของคณะราษฎรและการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น