แนวคิดเรื่องชีวิตหลังความตายในศาสนาต่าง ๆ โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้
1. ศาสนาในกลุ่มอับราฮัม อิสลาม ยูดาห์ คริสต์ ศาสนากลุ่มนี้เชื่อในพระเจ้าองค์เดียวและการพิพากษาครั้งสุดท้าย อิสลาม เมื่อเสียชีวิตจะถูกฝังและเผชิญกับการสอบสวนโดยทูตสวรรค์ มุนกัรและนากีร ในหลุมฝังศพ
หากสอบผ่านหลุมจะขยายกว้างและมีหน้าต่างสู่สวรรค์เปิดออก แต่หากสอบตกจะถูกบีบรัดและเห็นภาพนรก
สภาวะนี้เรียกว่า บาร์ซัค Barzakh เพื่อรอวันตัดสิน
ในวันนั้นทุกคนจะฟื้นคืนชีพและข้าม
สะพานซิรอต ที่บางและคมยิ่งกว่าดาบเพื่อไปสู่สวรรค์หรือนรกที่มีอย่างละ 7 ชั้น
ยูดาห์ เชื่อว่านรกหรือ เกเฮนนา Gehenna ไม่ใช่สถานที่ลงโทษนิรันดร์ แต่เป็นที่ชำระล้างวิญญาณสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน
ส่วนผู้ชอบธรรมจะไป กาน เอเดน Gan Eden นอกจากนี้ยังมีแนวคิดเรื่องการฟื้นคืนชีพทางกายภาพเมื่อพระเมสสิยาห์เสด็จมา และนิกายลับอย่าง คับบาลาห์ เชื่อเรื่องการกลับชาติมาเกิดที่เรียกว่า กิลกูล Gilgoul
คริสต์ศาสนาคาทอลิกเชื่อเรื่อง แดนชำระ Purgatory สำหรับวิญญาณที่ยังไม่บริสุทธิ์พอจะเข้าสวรรค์ โดยผู้อยู่เบื้องหลังสามารถสวดภาวนาช่วยได้
ออร์โธดอกซ์ เชื่อในการเดินทางของวิญญาณ 40 วัน และเผชิญกับ ด่านภาษีกลางเวหา" เพื่อตอบคำถามเรื่องบาป
โปรแตสแตนท์: ปฏิเสธเรื่องแดนชำระและเชื่อว่าบุคคลจะไปสวรรค์หรือนรกทันทีตามความศรัทธา
2. ศาสนาในกลุ่มธรรมิก ฮินดู พุทธ เน้นเรื่องวัฏจักรการเวียนว่ายตายเกิดตามกฎแห่งกรรมฮินดูวิญญาณอมตะ อาตมัน จะย้ายร่างไปเรื่อย ๆ เหมือนการเปลี่ยนเสื้อผ้า
ผลกรรมจะกำหนดว่าต้องไปเสวยสุขในสวรรค์ Sworg หรือชดใช้กรรมในนรก Naruk เป็นการชั่วคราวก่อนกลับมาเกิดใหม่
เป้าหมายสูงสุดคือ โมกษะ" (Moksha) หรือการหลุดพ้นจากสังสารวัฏเพื่อ
รวมเป็นหนึ่งกับความจริงสูงสุด
พุทธ ปฏิเสธเรื่องวิญญาณที่ถาวรแต่เชื่อในการส่งต่อ กระแสจิต Consciousness เหมือนเปลวเทียนที่จุดต่อกัน
การเกิดใหม่สามารถอยู่ใน 6 ภพภูมิ รวมถึงนรกซึ่งไม่เที่ยงแท้
เป้าหมายสูงสุดคือ นิพพาน Nirvana คือการยุติการปรุงแต่งและการเวียนว่ายตายเกิด
ในทิเบตมีคัมภีร์มรณศาสตร์อธิบายสภาวะ บาร์โด Bardo 49 วันหลังตายซึ่งวิญญาณจะเห็นนิมิตต่าง ๆ
3. ศาสนาโซโรอัสเตอร์
เป็นหนึ่งในศาสนาเก่าแก่ที่สุดที่ส่งอิทธิพลต่อศาสนาอื่น ๆ สะพานชินวัต ในวันที่ 4 หลังตาย วิญญาณจะข้ามสะพานนี้
หากทำดี มโนธรรม Daena จะปรากฏเป็นหญิงสาวสวยนำทางและสะพานจะ
กว้างขึ้น
หากทำชั่วสะพานจะแคบลงจนวิญญาณตกลงสู่ วิมานแห่งคำลวง House of Lies ทางสายกลางผู้ที่มีกรรมดีและชั่วเท่ากันจะไปอยู่ใน ฮามิสตะกาน Hamistagan ซึ่งเป็นสภาวะเป็นกลาง
บทสรุปสุดท้าย เชื่อว่านรกไม่เป็นนิรันดร์ ในวาระสุดท้ายที่เรียกว่า ฟราชอเคเรติ Frashokereti ความชั่วร้ายจะถูกทำลาย ทุก
วิญญาณจะได้รับการชำระให้บริสุทธิ์และฟื้นคืนชีพในโลกที่สมบูรณ์แบบ
แนวคิดเรื่องการฟื้นคืนชีพ Resurrection เป็นองค์ประกอบสำคัญในศาสนาหลักของโลก โดยเฉพาะในกลุ่มอับราฮัมและโซโรอัสเตอร์ ซึ่งเชื่อว่าในวาระสุดท้ายของโลก วิญญาณจะกลับมาคืนดีกับร่างอีกครั้งเพื่อรับการพิพากษาและเข้าสู่สภาวะนิรันดร์ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้
1. ศาสนาในกลุ่มอับราฮัม อิสลาม ยูดาห์คริสต์ ทั้งสามศาสนามีความเชื่อร่วมกันว่าการฟื้นคืนชีพเป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นใน วันแห่งการตัดสิน หรือช่วงเวลาที่พระเจ้ากำหนด อิสลาม ในวันพิพากษา เสียงแตรจะดังขึ้น และทุกจิตวิญญาณที่เคยมีชีวิตอยู่จะได้รับการฟื้นคืนชีพจากหลุมฝังศพ
มนุษยชาติทั้งหมดจะมารวมตัวกันบนที่ราบอันกว้างใหญ่เพื่อรับ หนังสือบันทึกการกระทำ และถูกชั่งน้ำหนักความดีความชั่วบน
ตาชั่งคอสมิก Mizon ยูดาห์ มีความเชื่อเรื่อง Olam Ha-Ba โลกที่จะมาถึง โดยเชื่อว่าเมื่อพระเมสสิยาห์เสด็จมา ความยุติธรรมและสันติภาพจะได้รับการฟื้นฟู
ในเวลานั้น ร่างกายจะฟื้นคืนชีพและกลับมารวมกับวิญญาณอีกครั้ง เพื่ออยู่ในโลกที่สมบูรณ์แบบซึ่งไม่มีความทุกข์หรือความตาย
โดยเฉพาะกลุ่มออร์โธดอกซ์
ที่เชื่อในการฟื้นคืนชีพทางกายภาพจริง ๆ
คริสต์ศาสนา เชื่อว่าในวาระสุดท้ายของโลก พระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมา คนตายทุกคนจะฟื้นคืนชีพเพื่อรับการพิพากษาครั้งสุดท้าย
หลังจากนั้นพระเจ้าจะทรงสร้าง สวรรค์ใหม่และโลกใหม่ ให้ผู้ที่ได้รับความรอดได้อยู่อาศัยตลอดกาล
2. ศาสนาโซโรอัสเตอร์
เป็นศาสนาที่เก่าแก่และส่งอิทธิพลต่อแนวคิดเรื่องการฟื้นคืนชีพในศาสนาอื่น ๆ อย่างมากการฟื้นฟูจักรวาล Frashokereti ในวาระสุดท้าย ความชั่วร้ายจะถูกทำลายล้าง
การชำระให้บริสุทธิ์ ผู้ล่วงลับทุกคนจะได้รับการฟื้นคืนชีพ แม้แต่ผู้ที่อยู่ในนรกก็จะได้รับการชำระให้บริสุทธิ์และได้รับความรอดในที่สุด
จักรวาลทั้งหมดจะได้รับการฟื้นฟูให้สมบูรณ์แบบ และทุกคนจะอยู่ร่วมกันในโลกที่ได้รับการพัฒนาแล้ว
ข้อแตกต่างที่สำคัญกับแนวคิด การเกิดใหม่ ในขณะที่การฟื้นคืนชีพคือการกลับมาของร่าง
เดิมในวาระสุดท้ายเพียงครั้งเดียว แต่ในศาสนาทางตะวันออกอย่างฮินดูและพุทธ จะมองการเวียนว่ายตายเกิดเป็นวัฏจักร Samsara ฮินดู วิญญาณ Atma จะย้ายไปสู่ร่างใหม่เรื่อยๆ เหมือนการเปลี่ยนเสื้อผ้า
พุทธ ไม่มีความเชื่อเรื่องตัวตนที่ถาวร แต่เป็นกระแสจิต Consciousness ที่ส่งต่อพลังงานไปยังชีวิตใหม่
ทั้งสองศาสนามองว่าสวรรค์และนรกเป็นเพียงสถานที่ชั่วคราว และเป้าหมายสุดท้ายไม่ใช่การฟื้นคืนชีพในร่างเดิม
แต่คือการหลุดพ้น โมกษะนิพพาน จากวงจรการเกิดดับนี้
โดยสรุป การฟื้นคืนชีพ ในความหมายของศาสนาฝั่งตะวันตก อับราฮัมและโซโรอัสเตอร์คือ การสิ้นสุดของความตายและความทุกข์ยาก โดยที่ร่างกายและจิตวิญญาณจะกลับมามีชีวิตนิรันดร์ในโลกที่พระเจ้าทรงฟื้นฟูขึ้นใหม่









