The Grand Palace by ใกล้รุ่ง
พระบรมมหาราชวัง โดยพิจารณาจากแหล่งข้อมูลและประวัติการสนทนา สามารถวิเคราะห์ความสำคัญในด้านต่าง ๆ ได้ดังนี้
1. ศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม
พระบรมมหาราชวังไม่ได้เป็นเพียงที่ประทับของพระมหากษัตริย์ แต่ยังเป็น คลังข้อมูล ที่รวบรวมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และงานสถาปัตยกรรมที่สำคัญของชาติไว้ในที่เดียวกัน จากภาพในแหล่งข้อมูล เราจะเห็นงานสถาปัตยกรรมที่มีความวิจิตรบรรจง เช่น ศาลาทรงแปดเหลี่ยม ที่มีฐานขาสิงห์สูงตระหง่าน เสารับซุ้มโค้ง (Arch) และหลังคาทรงโดมประดับยอดแหลม ซึ่งสะท้อนถึงยุคสมัยของการรับอิทธิพลศิลปะสากลมาผสมผสานกับอัตลักษณ์ไทย
2. อัตลักษณ์สถาปัตยกรรมแบบผสมผสาน
หนึ่งในเสน่ห์ที่โดดเด่นของพระบรมมหาราชวังคือการอยู่ร่วมกันของงานศิลปะหลายรูปแบบ งานไทยประเพณีเห็นได้จากอาคารในพื้นหลังที่มีหลังคาประดับช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ งานอิทธิพลตะวันตก สะท้อนผ่านโครงสร้างเรขาคณิตที่มีความสมมาตร การใช้ซุ้มโค้งแบบฝรั่ง และทรงหลังคาแบบโดมที่เห็นได้ชัดเจนในอนุสรณ์สถานส่วนหน้าความประณีตเชิงช่างรายละเอียดการแกะสลักที่หัวเสาและฐานบัวซ้อนชั้น แสดงถึงฝีมือช่างหลวงที่ละเอียดลออที่สุดเพื่อเชิดชูความสำคัญของสถานที่
3. การจัดการพื้นที่และลำดับชั้นความศักดิ์สิทธิ์
พื้นที่ภายในพระบรมมหาราชวังมีการจัดระเบียบอย่างเป็นสากลและมีความหมายเชิงสัญลักษณ์พื้นที่โล่งและการสร้างระยะการจัดวางสิ่งก่อสร้างบนลานหินกว้างช่วยส่งเสริมให้อาคารแต่ละองค์ดูโดดเด่นและมีสง่าราศี การกำหนดเขตมีการใช้โซ่กั้นและเสาตกแต่งเพื่อสร้างอาณาเขตของสิ่งก่อสร้างศักดิ์สิทธิ์ แยกออกจากพื้นที่ทางเดินทั่วไป
4. แหล่งเรียนรู้และการเยี่ยมชม
ในปัจจุบัน พระบรมมหาราชวังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกที่มีระบบการจัดการที่ดี โดยมี ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ครอบคลุมทั้งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อรองรับผู้เข้าชมจากทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีส่วนของ คลังภาพ ที่รวบรวมความงดงามของสถานที่ไว้ให้ศึกษาค้นคว้าได้อีกด้วย
หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ พระบรมมหาราชวังเปรียบเสมือน พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต(Living Museum) ที่รวบรวมมรดกทางปัญญา ความศรัทธา และศิลปวิทยาการของไทยในแต่ละยุคสมัยมาถักทอเข้าด้วยกันจนกลายเป็นเพชรยอดมงกุฎของสถาปัตยกรรมไทย
พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท โดยอ้างอิงจากข้อมูลในแหล่งข้อมูลและบริบทของสถาปัตยกรรมที่ปรากฏในภาพ มีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจดังนี้
ก่อนอื่นต้องขอชี้แจงว่า ภาพในแหล่งข้อมูล นั้นไม่ใช่ตัวองค์พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทโดยตรง แต่เป็น ศาลาหรืออนุสรณ์สถานขนาดเล็ก (เช่น ศาลาเครื่องราชอิสริยาภรณ์) ที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันภายในเขตพระราชฐาน ซึ่งสะท้อนถึง อิทธิพลทางสถาปัตยกรรมแบบเดียวกัน กับพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ดังนี้ สถาปัตยกรรมแบบ
ผสมผสาน (Eclecticism) เช่นเดียวกับอาคารในภาพ ที่มีการใช้ โดม (Dome) และ ซุ้มโค้ง (Arch) แบบตะวันตก ผสมกับยอดแหลมและลวดลายไทย พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทถือเป็สถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดในลักษณะ ฝรั่งสวมชฎา คือมีตัวอาคารเป็นแบสถาปัตยกรรมตะวันตก (Renaissance) แต่ส่วนหลังคาเป็นทรงปราสาทแบบไทยประเพณี สัญลักษณ์ของการปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่ สถาปัตยกรรมที่มีความสมมาตรและใช้โครงสร้างที่ดูแข็งแรงดังที่เห็นในภาพ สะท้อนถึงประวัติศาสตร์สมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นยุคแห่งการปฏิรูปประเทศให้ทันสมัยตามแบบสากล(Westernization) เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมีอารยธรรมของสยามในขณะนั้น
ความละเอียดอ่อนของงานช่างงานฐานขาสิงห์และรายละเอียดบัวปลายเสาในแหล่งข้อมูล แสดงให้เห็นถึงความพยายามของช่างไทยในการรักษา อัตลักษณ์ของศิลปะไทย ไว้แม้จะใช้รูปแบบอาคารที่เป็นสากลมากขึ้น ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับการออกแบบพระที่นั่งจักรีมหาปราสาททีต้องการรักษา ยอดปราสาทไว้เพื่อบ่งบอกถึงสถานะความเป็นพระมหากษัตริย์ไทย ความสมบูรณ์แบบทางเรขาคณิตการใช้ผังแปดเหลี่ยมและความสมมาตรแบบรัศมีในภาพ เป็นการนำหลักเรขาคณิตมาใช้เพื่อให้สิ่งก่อสร้างดูสง่างามจากทุกมุมมอง ซึ่งสอดคล้องกับการวางผังอาคารหมู่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทที่มีความสมมาตรและโอ่อ่าเป็นพิเศษ
ข้อมูลส่วนที่ไม่ได้มาจากแหล่งข้อมูลเพื่อให้คุณเห็นภาพชัดเจนขึ้น (เนื่องจากข้อมูลนี้อยู่นอกเหนือจากแหล่งข้อมูลที่ให้มา) พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท องค์จริงนั้นเดิมทีถูกออกแบบให้มีหลังคาเป็นโดมแบบตะวันตกทั้งหมดเพื่อให้สอดคล้องกับตัวอาคาร แต่ต่อมามีการเปลี่ยนเป็นหลังคาทรงปราสาทตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 5 เพื่อรักษาธรรมเนียมการสร้างปราสาทในพระราชวังไว้หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทและอาคารในลักษณะนี้เปรียบเสมือน ทูตทางวัฒนธรรมที่สื่อสารกับโลกด้วยภาษาตะวันตก (โครงสร้างและโดม) แต่ยังคงสวมชุดประจำชาติอย่างเต็มภาคภูมิ (ยอดปราสาทและลวดลายไทย) เพื่อประกาศเอกราชและอารยธรรมของชาติ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น